ภาวนา แปลว่า การเจริญ การอบรม การทำให้มี ให้เป็นขึ้น หมายถึง การทำจิตใจให้สงบและทำปัญญาให้เกิดขึ้น ด้วยการฝึกฝนอบรมจิตซึ่งเรียกชื่อไปต่างๆ เช่น การบำเพ็ญกรรมฐาน การปฏิบัติกรรมฐาน การทำกรรมฐาน การทำสมาธิ การเจริญภาวนา การเจริญจิตภาวนา โดยท่านแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือ สมถภาวนา และวิปัสสนาภาวนา

เมื่อใดได้ฟังครูบาอาจารย์สอนว่าให้ภาวนาเยอะๆ ท่านหมายถึงให้ปฏิบัติให้มาก ถ้าท่านไม่ได้กล่าวชัดเจนว่าให้ภาวนาอย่างไร ผู้ฝึกกรรมฐานพึงทำความเข้าใจว่า ท่านบอกให้ปฏิบัติตามวิธีที่ท่านใช้หรือตามวิธีที่ท่านสอนนั่นเอง ถ้าท่านกำลังอธิบายเรื่องให้ใช้คำบริกรรม ดังนั้นคำว่าภาวนาย่อมหมายถึงให้บริกรรมภาวนา แต่ถ้าท่านกำลังอธิบายเรื่องอุบายในการพิจารณาทางปัญญา แสดงว่าภาวนาหมายถึงให้คิดใช้ปัญญา

ปัญญาชนซึ่งผ่านการศึกษาขั้นสูง เป็นดอกเตอร์ นักธรรม นักวิชาการที่อ่านมามาก คิดมามาก มักชอบมองข้ามเรื่องที่นึกว่า ตัวเองเข้าใจแล้วเป็นอย่างดี อย่างวิธีฝึกสั้นๆ ง่ายๆ สามารถทำได้ทุกสถานที่ ทุกกาล ทุกเวลา ตามที่ท่านสอนให้ฝึกบริกรรมภาวนาว่า พุทโธ ๆ ๆ ติดต่อกัน ก็มักจะไม่สนใจไม่คิดที่จะลองนำมาปฏิบัติ เพราะทึกทักกันเอาเองว่าการฝึกแบบนี้ แค่นี้ จะช่วยทำให้จิตสงบได้ยังไง ถ้ามัวแต่คิดพุทโธๆๆ เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้คิดต่างหาก คิดพุทโธๆแล้วจะสงบได้หรือ แล้วเป็นวิปัสสนาได้อย่างไร

คนชอบใช้ปัญญามักติดนิสัยชอบคิดแล้วไม่สนใจสมาธิภาวนา หรือคิดเข้าข้างตัวเองว่า การที่ตนใช้ปัญญาคิดพิจารณาธรรมจนเข้าใจพระไตรปิฎกอย่างแตกฉานนั่นคือการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา มักถือว่าวิปัสสนาภาวนาเหนือกว่าสมถภาวนาอยู่แล้ว

ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มิได้มีไว้เพียงเพื่อให้ใช้ปัญญาทำความเข้าใจ แต่ต้องอาศัยกำลังสมาธิ ช่วยในการคิดค้น แยกแยะ พิสูจน์จนเข้าใจ สามารถทำซ้ำแล้วซ้ำอีกได้อย่างคล่องแคล่ว จนซึ้งใจแจ้งชัดปราศจากข้อสงสัย แล้วต้องสามารถนำธรรมกลับมาใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เพื่อขจัดกิเลสโลภโกรธหลงได้ทันท่วงที

Go to top