นับสิบปีในการปฏิบัติธรรม ได้เห็นเพื่อนฝูง คนรู้จัก คนใกล้ชิด หันหน้าเข้าหาทางธรรมกันก็น่ายินดี บ้างมุ่งไปทางยุบหนอพองหนอ สัมมาอรหัง ดูรูปนาม ดูจิต พุทโธ หรือจับลมหายใจเข้าออก ต่างคนต่างติดอกติดใจในวิธีปฏิบัติสายของตน แต่มีเยอะเหมือนกันที่เปลี่ยนวิธีปฏิบัติไปเรื่อยๆ พอฝึกได้สักพักไม่เห็นผล จึงย้ายไปสนใจฝึกสายอื่น ซึ่งผมเป็นคนหนึ่งล่ะที่เป็นแบบนี้ จนสุดท้ายมาจบที่สายพุทโธจับลมหายใจเข้าออก

แรกๆอยากรู้ว่าการปฏิบัติธรรมนั้นเป็นอย่างไร ก่อนจะตัดสินใจเลือก ผมพยายามเที่ยวตามหาครูบาอาจารย์ พร้อมกันนั้นพยายามหาหนังสือธรรมอ่าน หาซื้อหนังสือธรรมมาอ่านแล้วเก็บไว้เต็มตู้ อ่านจนหมดร้านหนังสือก็ยังหาเส้นทางของตัวเองไม่ได้ แล้วหาหนังสืองานศพที่มักมีบทความธรรมะมาอ่าน อ่านพระไตรปิฎกจนตัวเองสามารถพูดจาภาษาธรรมได้คล่อง แต่สุดท้ายมาจบที่คำสอนของพระหลายๆรูปว่า ถ้าอยากได้ธรรมะต้องทำเอาเอง แทนที่จะมุ่งหาพระไตรปิฎกตัวนอก ต้องปฏิบัติธรรมเพื่อสร้างพระไตรปิฎกตัวในให้เกิดขึ้นภายในใจของตัวเองต่างหาก

ถ้าคุณกำลังคิดจะเริ่มปฏิบัติธรรมแล้วไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นสายไหนดี ขอแนะนำตามนี้

  1. ก่อนจะไปพึ่งใคร ต้องยึดหลักว่า ตนเป็นที่พึ่งของตน แต่คนส่วนใหญ่ที่เริ่มหันหน้าเข้าหาวัด มักเป็นเพราะตนมีความทุกข์แล้วหวังวัดเป็นที่พึ่ง แล้วยึดวัดเป็นบ้านแทนที่จะทำบ้านให้เป็นวัด จนแล้วจนรอดยังหาทางช่วยตัวเองไม่ได้
  2. หาหนังสือมาอ่านหรือหาเทปซีดีธรรมมาฟัง เพื่อให้คุ้นกับศัพท์ธรรมะบ้าง พอจะเข้าใจความหมายของคำที่ใช้กันทั่วไป เช่น ขันธ์ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ แต่ไม่ต้องถึงขนาดสามารถอ่านพระไตรปิฎกเข้าใจทุกคำ (จากหนังสือจะให้รายละเอียดได้ชัดเจนกว่าการฟัง ควรหาหนังสือที่ครูบาอาจารย์ท่านตั้งใจเขียนอธิบายเรื่องสมาธิปัญญาอย่างละเอียดมาอ่าน อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายๆรอบ จะพบว่าการฝึกปฏิบัติ จะช่วยทำให้เข้าใจเนื้อหาในหนังสือเล่มเดิมแตกต่างจากที่เคยเข้าใจอยู่เสมอ)
  3. ลองฝึกเองที่บ้าน โดยลองวิธีฝึกของหลายๆสายเพื่อดูว่าตัวเองถนัดวิธีใดที่สุด แต่อย่าเพิ่งหลงเข้าใจว่าวิธีที่ตนชอบหรือเห็นว่าง่ายนั้นเหมาะกับตัวเองแล้ว ขอให้คิดว่าถ้ามันทำกันได้ง่ายๆ ป่านนี้คงมีอรหันต์กันเต็มบ้านเต็มเมือง
  4. ลองเข้าคอร์สที่จัดอบรมธรรมะ หรือเข้าวัดเพื่อฝึกปฏิบัติธรรม เพียงเพื่อทำให้เข้าใจขั้นตอนการฝึกว่าเป็นอย่างไร ติดขัดสงสัยอะไรสามารถติดต่อสอบถามจากครูบาอาจารย์
  5. การเลือกครูบาอาจารย์ ขอให้รอไว้เป็นขั้นสุดท้าย อย่ายึดติดกับวิธีการหรือคำสอนของท่านใดท่านหนึ่ง ขอให้พยายามศึกษาคำสอนของพระหลายๆรูปเพื่อทราบถึงความเหมือนหรือความแตกต่าง ควรเลือกครูบาอาจารย์ที่สอนตามแบบฉบับที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วนับสิบปี มีทั้งพระและฆราวาสเป็นศิษย์ที่รับคำสอนของท่านไปปฏิบัติตาม ซึ่งไม่ว่าจะเลือกใครเป็นครูบาอาจารย์ ต้องยกย่องกราบพระพุทธเจ้าเป็นครูสูงสุดเสมอ และอย่าไปเข้าพิธีไหว้ครูใดๆที่ยึดเอาแค่พระหรือคนเป็นครูโดยไม่มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานอย่างเด็ดขาด

การฝึกปฏิบัติธรรมทุกสายต่างเป็นเส้นทางที่ใช้ได้ทั้งหมด เปรียบเหมือนขับรถในถนนซอย  พอฝึกถึงขั้นแล้ว ย่อมออกสู่ถนนใหญ่เส้นเดียวกัน ซึ่งครูบาอาจารย์มักกล่าวแบบเดียวกันว่า จะฝึกสมาธิแบบใดก็ได้ แต่ถ้าเลือกใครเป็นครูบาอาจารย์แล้วขอให้ฝึกตามวิธีที่ครูบาอาจารย์ท่านใช้ เพราะแต่ละท่านชำนาญวิธีเฉพาะตัวของท่านต่างกันไป

พึงสังเกตว่า ถ้าตัวผู้เป็นครูไม่สามารถเล่าอดีตหรือแนะนำวิธีปฏิบัติของตัวเองได้ทั้งข้อผิดพลาดและข้อควรระวัง นั่นแสดงว่าเป็นครูที่ได้แต่เปิดตำราสอน ถ้าครูยังต้องใช้บทเรียนของศิษย์มาเป็นครูของตัวเอง อย่างนี้เรียกว่าใช้วิธีลองผิดลองถูกกับคนอื่นเขา

ส่วนการที่ครูยังต้องไปมาหาสู่ไปกราบครูบาอาจารย์ท่านอื่น ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่ครูต้องเรียนรู้จากครูของท่านเช่นกัน ตัวท่านเองยังต้องสงวนเวลาส่วนตัวแสวงหาความสงบเพื่อมุ่งปฏิบัติให้เต็มที่เช่นเดียวกับคนทั่วไปเหมือนกัน เหมือนกับคำว่า พระเข้าป่าเหมือนโยมเข้าวัด พระอยู่วัดเหมือนโยมอยู่บ้าน

ท้ายสุดของการเริ่มปฏิบัติธรรม ต้องเริ่มต้นด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติธรรมอย่างเอาจริงเอาจัง อย่ารีบร้อนอวดอ้างเรียกครูบาอาจารย์ท่านใดว่าอาจารย์ จนกว่าตนจะทำตัวเป็นลูกศิษย์ที่ดีพอให้ได้ก่อน ถ้ายังปฏิบัติตัวตามที่ท่านสอนได้ไม่เต็มที่ ยังปฏิบัติตัวตามศีล 5 ได้แค่ 4.5 พึงเรียกท่านว่าหลวงพ่อ หลวงปู่ หลวงตาไปพลางก่อน แม้ตัวเองจะมีความตั้งใจกราบท่านเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่งแล้วก็ตาม

 

Go to top