การฝึกกรรมฐานต้องเริ่มต้นจากง่ายไปยาก จากหยาบไปละเอียด ก่อนจะเจอกับโจทย์ปัญหาตัวจริง ต้องเรียนรู้วิธีการและฝึกจิตฝึกใจหลายๆเรื่องที่เป็นองค์ประกอบให้ผ่านก่อน เหมือนกับวิธีการคิดเลขนั่นเอง ก่อนที่จะคิดหาผลลัพธ์ยกกำลังสองของเลข 123 ต้องเรียนรู้วิธีการบวกลบคูณหารและสามารถท่องสูตรคูณให้เป็นก่อน

อะไรควรทำก่อน อะไรควรทำหลัง เป็นประเด็นหนึ่งซึ่งชี้ว่าคุณจะฝึกกรรมฐานได้สำเร็จหรือไม่ ฝึกให้ทานรักษาศีลจึงเริ่มบริกรรมภาวนา ฝึกแบบง่ายก่อนแบบยาก ฝึกแบบช้าๆก่อนแบบเร็วๆ ฉลาดเริ่มจากหยาบไปหาละเอียด ฝึกตามรู้กายก่อนตามรู้จิต ฝึกบริกรรมภาวนาพุทโธก่อนฝึกตามรู้ลมหายใจ ฝึกตามรู้ลมหายใจเข้าออกสั้นยาวก่อนจึงหันมาตามรู้ลมหายใจผ่านรูจมูกที่จุดเดียว ฝึกเพ่งดูอาการรู้ที่จุดเดียวก่อนจึงเริ่มฝึกย้ายฐานของจิต

ผู้ฝึกต้องรู้จักประเมินระดับความสามารถของตัวเองว่าสามารถฝึกได้อย่างสบายในขั้นใด พอสอบผ่านขั้นต้นแล้วจึงเลื่อนไปฝึกในขั้นที่ยากขึ้น การปฏิบัติกรรมฐานเป็นงานต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าพอได้ฟังเทศน์ฟังธรรมนิดเดียวแล้วได้ดวงตาเห็นธรรมกันง่ายๆ

อะไรคือหยาบ อะไรคือละเอียด ของหยาบสามารถใช้เป็นสิ่งให้กำหนดรู้ได้ง่ายและชัดเจนกว่าของละเอียด เช่น การนึกถึงคำบริกรรมภาวนาพุทโธติดต่อกันไปทำได้ง่ายกว่าการตามรู้ลมหายใจในขั้นที่ทำตัวเป็นผู้รู้ผู้ดูเฉยๆ

การกำหนดรู้ลมหายใจ โดยสังเกตการพองยุบของหน้าท้องหรือปอด ย่อมมีอาการของกายที่เห็นได้รู้สึกได้ชัดเจน จึงสังเกตและตามรู้ได้ง่ายกว่าการสังเกตลมหายใจที่ผ่านรูจมูกเพียงจุดเดียว

การสังเกตลมหายใจที่ผ่านเข้าจมูก ผ่านปอด ไปสิ้นสุดที่ท้อง จากนั้นสังเกตลมหายใจออกที่เริ่มจากท้อง ผ่านปอด มาออกที่จมูก เป็นอาการเคลื่อนไหวของกายที่เห็นได้ชัด รู้สึกได้ง่ายกว่าการตามรู้ลมหายใจที่ผ่านเข้าออกรูจมูกที่จุดเดียว

ถ้าบริกรรมภาวนาพุทโธหรือตามรู้ลมหายใจเพียงอย่างเดียวแล้วยังแอบคิดเรื่องอื่นได้อีก ให้บริกรรมภาวนาพุทโธกำกับการตามรู้ลมหายใจจะทำได้ง่ายกว่า

ของหยาบเป็นสิ่งที่สังเกตตามรู้ได้ง่าย แต่ความง่ายนี่เองย่อมสร้างกำลังของจิตได้น้อยตามไปด้วย ดังนั้นผู้ฝึกจึงต้องเลือกวิธีฝึกที่ยากขึ้นต่อไปเพื่อสร้างจิตให้มีกำลังมากขึ้น

ผู้ฝึกที่เริ่มจากหยาบไปละเอียดจะรู้ตัวได้เองว่าที่ว่าละเอียดนั้นยังหยาบอยู่ เพราะเมื่อฝึกไปแล้วจะพบว่าในความละเอียดยังมีความละเอียดสุดละเอียดยิ่งกว่าเดิมต่อไปอีกหลายขั้น จะได้พบความรู้แปลกๆใหม่ๆที่ทำให้ฉงนสงสัยว่าในชีวิตนี้ยังมีของแปลกที่ตนไม่เคยได้พบมาก่อนอยู่อีกมากมาย

เมื่อจิตละเอียดมีกำลังมากขึ้น จะสามารถใช้ปัญญาพิจารณาได้ละเอียดมากขึ้น เมื่อใช้ปัญญาขั้นละเอียด ส่งผลให้สมาธิละเอียดตาม ทำให้ได้รู้ได้เห็นสิ่งที่ละเอียดขึ้นไปเรื่อยๆ

ส่วนคนที่สำคัญตัวเองผิด ไม่รู้จักประเมินความสามารถของกำลังจิตตัวเอง แล้วฝึกข้ามขั้น จับละเอียดก่อนหยาบ ฝึกตามดูจิตก่อนรู้กาย จะได้รู้เท่าที่เคยรู้อยู่เท่านั้น ซึ่งคนกลุ่มนี้มักเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ได้รู้นั้นละเอียดที่สุดแล้ว

เนื่องจากจิตมีธรรมชาติที่ไม่อยู่นิ่ง ยากจะตามรู้จิตได้ทัน ดังนั้นถ้าจะเรียนรู้เรื่องของจิต จึงต้องเริ่มต้นจากการตามรู้อารมณ์ที่หยาบไปสู่อารมณ์ที่ละเอียดกว่าขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องเลื่อนจากหยาบไปละเอียด ฝึกจากง่ายไปยาก อย่านึกว่าสิ่งที่ตนเองรู้นั้นละเอียดพอแล้ว อย่าหลงยึดว่าถึงที่สุดแล้ว หารู้ไม่ว่ายังมีสิ่งซึ่งละเอียดยิ่งกว่าเดิมอยู่อีกมาก เหมือนกับคนที่ใช้สายตาธรรมดาย่อมไม่สามารถมองเห็นเชื้อโรคในน้ำ แต่ยังเถียงคอเป็นเอ็นว่าน้ำสะอาดบริสุทธิ์ ซึ่งจะรู้ได้จริงต่อเมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์

ขอให้เริ่มจากง่าย ไปสู่ยาก จากหยาบไปสู่ละเอียด แล้วจะพบว่าไม่ยากอย่างเคย

Go to top