สัญญา เป็นส่วนหนึ่งของขันธ์ห้าซึ่งประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ รวมกันเป็นชีวิตเป็นตัวตนขึ้นมา

  1. รูป คือมหาภูตรูป ทั้ง ๔ ดิน น้ำ ไฟ ลม ที่ประชุมเป็นร่างกายนี้
  2. เวทนา ความรู้อารมณ์ หรือรับอารมณ์ ทุกข์ สุข ไม่สุข ไม่ทุกข์ ดีใจ เสียใจ
  3. สัญญา ความจำ ตาจำรูป จำเสียง จำกลิ่น จำรส จำสัมผัส
  4. สังขาร ความคิด ความคิดดี คิดชั่ว คิดไม่ดี คิดไม่ชั่ว
  5. วิญญาณ ความรู้แจ้งทางทวารทั้ง ๖ รู้แจ้งทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ


ในลำดับฌานจากรูปฌานไปอรูปฌาน ฌานขั้นเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน (จะว่ามีสัญญาจำได้ก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีสัญญาจำได้ก็ไม่เชิง) เป็นด่านสุดท้ายของอรูปฌาน นี่แสดงว่าตัวสัญญาเป็นสิ่งที่ละเอียดมาก

ขนาดเข้าฌานจนละเอียดแล้วยังคงติดพันกับสัญญา ดังนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ใช้สัญญาความทรงจำมาช่วยในการปฏิบัติกรรมฐาน ผู้ฝึกต่างหากต้องรู้ทันในขันธ์ห้าว่า ขันธ์ตัวใดกำลังทำงานอยู่หรือกำลังไหวตัวอยู่ ต้องแยกให้ออกว่า อะไรคือความจำ อะไรคือความจริง

สัญญาเป็นดาบสองคม ซึ่งอย่างไรก็ตามยังต้องใช้สัญญาช่วยในการฝึกปฏิบัติ ถ้านำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปเทียบกับสัญญาความทรงจำเดิมแล้วขัดกัน ย่อมทำให้สงสัยว่าความรู้ใดถูกหรือผิดกันแน่ สัญญาเก่าถูก หรือสัญญาใหม่ถูก ดังนั้นในการทำสมาธิจึงมีคำแนะนำไว้ว่า ขอให้เปิดใจให้กว้าง อย่ายึดติดกับสิ่งที่ได้รู้ได้เห็น อย่ายึดติดกับความทรงจำ
จงทำตัวเป็นผู้สังเกต แล้วจะพบความจริงซึ่งเป็นความรู้ใหม่ๆอีกมากมาย

 

Go to top