การฝึกกรรมฐานไม่ได้ฝึกแค่ให้ตามรู้อย่างเดียว เพราะการตามรู้เปรียบเสมือนกันตั้งรับอยู่ในฐาน ผู้ฝึกควรฝึกบุกออกไปรบกับศัตรูนอกฐานบ้าง บุกไปถึงรังของมันไม่ให้ตั้งตัวบ้าง ทั้งนี้ขึ้นกับว่าตัวเองมีกำลังสมาธิตั้งมั่นเพียงใด

ถ้าสมาธิยังไม่แน่นและปัญญายังใช้ไม่คล่อง อย่าริอ่านบุกเข้าไปชนกับกิเลสตรงๆ เพราะจะมีแต่แพ้กับแพ้ ด้วยเหตุนี้อริยบุคคลแต่ละขั้นจึงละกิเลสได้มากน้อยต่างกันไป

สมาธิอาศัยการเพ่ง เพ่งที่ว่านี้คือการให้ความตั้งใจ สนใจ ใส่ใจ ถ้าเพ่งแล้วรู้สึกตึงปวดหัว นั่นแสดงว่าไม่เคยฝึกเพ่ง พอฝึกเพ่งไปสักพักจะชินไปเอง เหมือนกับการฝึกยกน้ำหนักที่นักยกเขาสามารถฝึกจนยกเหล็กหนักเป็นร้อยกิโล

สมาธิอาศัยการติดตาม พอเพ่งเข้าไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง จนรู้ว่าจะเพ่งอะไรสิ่งใดแล้ว ให้ติดตามเพ่ง เพ่ง เพ่ง ต่อไปเรื่อยๆไม่ให้ขาดระยะ ซึ่งต้องอาศัยความไวในการรับรู้และส่งจิตเข้าไปตามรู้ในสิ่งนั้นๆ

สติที่ปราศจากสมาธิ เปรียบได้กับการนอนอยู่กับบ้านแล้วรู้ตัวว่ามีเครื่องบินมาทิ้งระเบิดต่อเมื่อถูกลูกระเบิดตกใส่

ส่วนสติที่ทำงานคู่กับสมาธิ เปรียบได้กับการ"ส่ง"สัญญาณเรดาร์คอยตรวจจับวัตถุบินบนท้องฟ้า พอได้"รับ"คลื่นตอบกลับมา จะ"รู้"ว่ามีเครื่องบินมาทิศทางใด หรือถ้าเพ่งขยายคลื่นดู จะทราบขนาดและลักษณะโดยละเอียดของเครื่องบินลำนั้น

Go to top