เห็นใครๆแนะนำวิธีเจริญสติในชีวิตประจำวันไปแล้ว อยากจะเพิ่มเติมว่า ไหนๆจะตั้งใจทำกันแล้วขอให้ทำให้ถึงสมาธิไปด้วยดีกว่า คนที่ชอบแก้ตัวว่าตัวเองไม่มีเวลาฝึกสมาธิจะได้ตาสว่างเสียทีว่า ในวันหนึ่งๆนั้นมีเวลาว่างให้ทำสมาธิถมเถไป พอทำสมาธิได้แล้วสติย่อมเกิดพร้อมกัน ดีกว่าเกิดแค่สติ

ขณะกำลังล้างหน้าแปรงฟัน แม้มีสติรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ทำไมขณะที่กำลังรู้ตัวว่าแปรงฟัน จึงแปรงฟันไปด้วยกับคิดนอกเรื่องนอกราวพร้อมกันไปได้ด้วย

ขณะกำลังเดิน แม้มีสติรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ทำไมขณะที่กำลังรู้ตัวว่าเดิน จึงเดินไปด้วยกับคิดนอกเรื่องนอกราวพร้อมกันไปได้ด้วย

ไม่ว่าจะพยายามมีสติในชีวิตประจำวันอยู่กับอาการใดๆ เผลอแผล็บเดียว จะหลุดไปคิดเรื่องอื่นได้เสมอ นี่เป็นเพราะจิตทำงานได้เร็วมาก แค่เอาแปรงสีฟันเข้าปาก พอรู้ตัวว่าแปรงเข้าปากไปแล้ว เมื่อได้รับรู้รสของยาสีฟัน จิตจะคิดปรุงแต่งตามติดเข้าไปทันที ทำให้เผลอไปคิดเรื่องอื่น

แทนที่จะรู้แค่ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ขอให้บริกรรมภาวนาพุทโธกำกับตามไปด้วย พอรู้อะไรขึ้นมา ไม่ต้องเสียเวลาไปตีความว่าสิ่งที่รู้นั้นคืออะไร แต่ให้ใช้คำว่าพุทโธที่คิดขึ้นในใจแทนความหมายว่ารู้ แล้วจะพบว่าต้องบริกรรมพุทโธติดต่อกันถี่ยิบ เพราะไม่ใช่รู้แค่จังหวะหยิบแปรง ทุกขณะเวลาใดที่รู้ๆๆๆขึ้นมา มีแต่คำว่าพุทโธๆๆๆตามติดกันไป

ยกตัวอย่างเช่นคุณกำลังจะเดิน ให้ตั้งใจว่าฉันจะเดินแล้วนะ จะเดินจากที่นี่ไปที่นั่น พอเริ่มเดินให้บริกรรมพุทโธในใจติดต่อกันไป ก้าวหนึ่งพุทโธหนึ่งก็ได้ หรือถ้าทำได้คล่องจะพุทโธๆหลายๆครั้งต่อก้าวหนึ่งๆ

ขณะกำลังขับรถ พอมองเห็นรถข้างหน้าให้พุทโธในใจ พอเหยียบเบรก กำลังเหยียบ พอรู้ตัวว่าเหยียบเบรกให้พุทโธ พอเห็นไฟแดงก็พุทโธ พอเห็นไฟเขียวก็พุทโธ พอหมุนพวงมาลัยเลี้ยวขวาก็พุทโธๆๆๆ จังหวะใดที่ว่างไม่ได้คิดไม่ได้ทำอะไรก็ให้พุทโธๆๆในใจไปเรื่อยๆ (แต่อย่ากำหนดให้คิดพุทโธอย่างเดียวโดยไม่ได้สนใจกับการขับรถ)

เมื่อรู้ครั้งหนึ่งให้ตามด้วยพุทโธครั้งหนึ่ง เมื่อพยายามทำให้ได้เช่นนี้ จะพบว่าในวันหนึ่งๆมีเวลาว่างเหลือเฟือสำหรับฝึกสมาธิ ในหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง 1,440 นาที หรือ 86,400 วินาที มีเวลาให้บริกรรมพุทโธติดต่อกันได้นับพันนับหมื่นครั้ง และเมื่อบริกรรมภาวนาพุทโธจนติดเป็นนิสัย พอนั่งสมาธิจะกำหนดพุทโธได้ง่ายเพราะทำจนคุ้นเคยมาก่อนแล้ว

 

Go to top