กว่าจะบริกรรมพุทโธๆๆติดต่อกันได้ ต้องหาอุบายทั้งขู่ทั้งปลอบตัวเอง พอหยุดบริกรรมพุทโธ ให้หันมาหยิบยกผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก ขึ้นมาพิจารณา พยายามคิดให้เห็นสภาวะที่สวยงามแล้วค่อยๆเหี่ยวย่น ผุพัง เน่าเปื่อย แล้วถอดเอ็นออกมา กระดูกหลุดออกมากองกับพื้น พิจารณาอย่างนี้ทำให้จิตสงบขึ้นกว่าเดิมมาก พอความรู้สึกปลงเกิดขึ้นนี่แหละ เหมือนกับว่าจิตมันสงบด้วยตัวของมันเอง จากนั้นหันมาบริกรรมภาวนาพุทโธๆๆต่อไปอีก ไม่น่าเชื่อว่าคราวนี้สามารถบริกรรมได้ง่ายกว่าเดิมอีกนะ

ทำให้เข้าใจตามที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า สมาธิและปัญญาเป็นของคู่กัน สมาธิทำให้สงบได้กำลัง จากนั้นใช้ปัญญาเพื่อสู้รบกับกิเลส พอใช้ปัญญาแล้วอย่าหลงใช้ปัญญาต่อไปโดยไม่รู้จักหยุดพักกลับมาทำสมาธิอีก เพราะการหลงใช้ปัญญาจะกลายเป็นสมุทัยเหตุแห่งทุกข์ แทนที่จะฝึกละกลับกลายเป็นยึดติดกับปัญญา พอเผชิญหน้ากับกิเลสตัวหัวหน้าจะไม่มีแรงสู้กับเขา

ต้องฝึก สมาธิ ปัญญา สมาธิ ปัญญา สมาธิ ปัญญา สมาธิ ปัญญา ... ทวนซ้ำไปเรื่อยๆ.

ไม่ใช่แค่ สมาธิ ปัญญา หรือ ปัญญา สมาธิ หรือแค่สมาธิ หรือแค่ปัญญา

Go to top