previous arrow
next arrow

Welcome to XLSiam Signature.

ขอต้อนรับสู่บันทึกของชาวสยาม XLSiam Signature.

เว็บอื่นในเครือ

 
ยาใจ   Excel Expert Training   Table Tennis Tip 

      

 

ที่นี่เป็นเสมือนห้องสมุดที่เก็บเรื่องราวที่น่าสนใจเอาไว้

เรื่องดีๆก็ควรทำตาม เรื่องไม่ดีก็อย่าเอาเยี่ยงอย่าง
คุณภาพชีวิตและสังคมของเราจะได้น่าอยู่ขึ้น

Excel Expert Training

เรียนรู้วิธีใช้ Excel

ยาใจ

ธรรมเป็นโอสถ
แก้ทุกข์ทางใจ

Table Tennis Tip

วิธีเล่นปิงปอง
อย่างมีหลักการ

มีประเด็นหนึ่งที่ถกเถียงกันมากในเรื่องที่ว่า วิปัสสนาจะเกิดขึ้นได้นั้น ต้องใช้ความคิดหรือไม่ จึงขอลองตอบเท่าที่ตัวเองเข้าใจ ดังนี้

เนื่องจากจิตทำงานได้เร็วมาก การคิดในระดับความเร็วของคนธรรมดาทั่วไป จึงกลายเป็นอุปสรรคทำให้ไม่สามารถตามรู้จิตได้ทัน เพราะพอรู้สิ่งใดขึ้นมาแล้วหากคิดตามไป จะกลายเป็นว่ารู้ได้ทันแค่ในสิ่งที่ตัวเองคิดปรุงแต่ง ไม่สามารถติดตามสิ่งที่จิตรู้ได้ตลอด

หากต้องการตามให้ทันในสิ่งที่จิตรู้หรือรู้เท่าทัน ต้องไม่คิด ซึ่งไม่คิดที่ว่านี้ไม่ใช่ว่าไม่ให้สมองทำงานเสียเลยหรือปล่อยใจให้ว่างๆอะไรแบบนั้น ไม่คิดที่ว่านี้หมายถึงไม่ให้คิดปรุงแต่ง ต้องฝึกเป็นผู้ดูผู้รู้เฉยๆให้ได้ก่อน เหมือนกับนั่งดูหนังบู๊แต่ไม่ให้คิดไม่ให้นึกไม่ให้วิจาร พอหนังฉายจบแล้วต้องสามารถเล่าเรื่องราวที่ได้ดูในหนังได้อย่างละเอียด ซึ่งทำได้ยากแต่ไม่ใช่ว่าฝึกกันไม่ได้ นี่คือประเด็นสำคัญที่ต้องอาศัยประสบการณ์จากการฝึกสมาธิ อีกทั้งต้องผ่านการพิจารณากายและเวทนามาก่อนอย่างช่ำชอง จึงจะเข้าใจว่าจิตต่างจากกายและเวทนาเช่นใด

การฝึกจิตต้องผ่านการพิจารณาเวทนา เพื่อเรียนรู้และเข้าใจในทุกข์ สุข ไม่ทุกข์ไม่สุข ความคิดปรุงแต่งที่เกิดขึ้นเป็นต้นเหตุของเวทนา แล้วการปรุงแต่งอาศัยความคิด(สังขาร)และความนึกถึงความจำ(สัญญา) ทำให้คิดปรุงแต่งเรื่อยเปื่อยไปนั่นเอง ซึ่งขั้นนี้ต้องอาศัยสมาธิเพื่อสามารถแยกขั้นตอนการทำงานของจิตออกได้ชัดเจนว่า นั่นคิดนะ นี่นึกนะ นั่นปรุงแต่งเข้าไปอีกแล้วนะ

แล้วเวทนานั่นล่ะเกิดขึ้นมาจากการรับรู้ผ่านสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ พอเห็นสาวสวยหนุ่มหล่อ ทำไมจึงเกิดความรู้สึกรักชอบขึ้นมา แต่ถ้าดูเสาไฟข้างถนน ทำไมจึงไม่รู้สึกเหมือนเห็นคนสวยแบบนั้นบ้าง เสาไฟฟ้ามันเป็นแค่เสาปูน มันเป็นแค่ธาตุดิน ต่างจากตัวเองที่ประกอบด้วยธาตุดินน้ำลมไฟหรือไม่ มันสักแต่ว่าธาตุเหมือนกัน ทำไมจึงเกิดเวทนาต่างกันไปได้เช่นนั้น

ถ้าเข้าใจเรื่องของกายและเวทนาแล้ว จะไม่ต้องมาเถียงกันหรอกว่าวิปัสสนาต้องใช้ความคิดหรือไม่ เพราะกว่าจะสามารถตามรู้จิตได้ทัน ต้องผ่านการคิดพิจารณาแยกแยะองค์ประกอบของกายและเวทนาเพื่อเรียนรู้และเข้าใจในสภาวะที่แท้จริง

ขณะที่เรียนรู้ต้องไม่คิดปรุงแต่ง เพื่อรู้ตามสภาวะที่แท้จริง

แต่เมื่อเกิดความรู้เข้ามาแล้ว ต้องใช้ความคิดพิจารณาให้เข้าใจ

เมื่อเข้าใจแล้ว พอสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น มันจะดับของมันไปเอง

แต่ถ้ามันไม่ดับ แสดงว่าตัวเองยังคงยึดติดว่า เป็นตัวตนเราเขาอยู่อีก ยังเสนอตัวเข้าไปปรุงแต่งอยู่อีก

Go to top