previous arrow
next arrow

Welcome to XLSiam Signature.

ขอต้อนรับสู่บันทึกของชาวสยาม XLSiam Signature.

เว็บอื่นในเครือ

 
ยาใจ   Excel Expert Training   Table Tennis Tip 

      

 

ที่นี่เป็นเสมือนห้องสมุดที่เก็บเรื่องราวที่น่าสนใจเอาไว้

เรื่องดีๆก็ควรทำตาม เรื่องไม่ดีก็อย่าเอาเยี่ยงอย่าง
คุณภาพชีวิตและสังคมของเราจะได้น่าอยู่ขึ้น

Excel Expert Training

เรียนรู้วิธีใช้ Excel

ยาใจ

ธรรมเป็นโอสถ
แก้ทุกข์ทางใจ

Table Tennis Tip

วิธีเล่นปิงปอง
อย่างมีหลักการ

วิปัสสนาต้องคิดหรือไม่คิด เป็นประเด็นหนึ่งที่สงสัยกันมาก บางคนฟังเขามาว่าต้องไม่คิด เลยสรุปความเข้าใจไว้ว่า ทั้งวันทั้งคืนต้องพยายามไม่คิด ให้ปล่อยใจมุ่งใช้สติเป็นหลัก คอยระลึกรู้ลักษณะของจิตใจอย่างเป็นกลางอยู่เนืองๆตลอดเวลา พยายามหลีกเลี่ยงการคิดแทรกแซง อย่าคิดกดข่ม หรือคิดปรับเปลี่ยนลักษณะของจิตใจให้ต่างไปจากเดิม แล้วจะมีสติระลึกรู้สภาพของจิตว่ามีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ทำให้เข้าใจถึงอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ความเข้าใจเช่นนี้เปรียบเสมือนเอาผลมาเป็นเหตุ เพราะกว่าจะสามารถปล่อยให้จิตรับรู้สภาวะที่แท้จริงโดยปราศจากการปรุงแต่งได้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ปุถุชนคนธรรมดาที่เคยชินกับการคิด อยู่ๆจะทำได้ขึ้นมาในทันที ต่อให้พยายามมีสติทุกขณะจิต จะรู้ตัวได้เฉพาะช่วงเวลาที่ไม่เผลอเท่านั้น ซึ่งเท่ากับเป็นการปล่อยเวลาในชีวิตประจำวันให้เสียไปโดยไม่เกิดปัญญาได้เต็มที่อย่างที่ควร

ช่วงอยู่เฉยๆไม่ติดภาระใด ขอให้คิดในทุกขณะจิต โดยตัวเองเป็นผู้กำหนดเรื่องที่คิดว่าเป็นเรื่องอะไร คอยติดตามระวังความคิดของตัวเองให้อยู่กับปัจจุบัน อดีตที่ดีดไปไกลแล้วให้ปล่อยผ่านเลยไป อนาคตที่ยังมาไม่ถึง อาจจะคดไปคดมา อย่าไปคิดกังวล ให้เลือกเรื่องที่นำมาคิดพิจารณา มุ่งให้ไกลออกจากกิเลสอยู่เสมอ

นั่นอนิจจัง นี่ทุกขัง อ้อนี่เป็นอนัตตา ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วตั้งอยู่ชั่วขณะแล้วดับไป ตัวเองเช่นกัน สุดท้ายจบลงด้วยการคิดถึงความตายของตัวเอง จงอย่าประมาท จงหาทางทำทุกวินาทีในชีวิตที่เหลืออยู่นี้ให้มีค่าที่สุด เห็นใบไม้ร่วง เห็นข่าวการตาย แค่พูดโทรศัพท์เสร็จวางหู นี่แหละมีพบย่อมมีจาก ชีวิตเป็นเช่นนี้

นอกจากแค่คิดตามไปเฉยๆ ต้องหัดคิดค้นพิจารณาไล่หาเหตุผลของเรื่องต่างๆด้วย คิดให้มันกระจ่างจนจำได้เหมือนกับท่องสูตรคูณ พอเกิดเรื่องนั้นๆขึ้นมาอีก เนื่องจากเคยคิดพิจารณามาก่อนแล้ว จะช่วยให้เข้าใจในทันทีว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง ย่อมปล่อยวางได้ในทันที นี่แหละคือการคิดที่ทำให้ไม่ต้องคิดอีกแล้ว

การปล่อยวางต่างจากการเฝ้าดูเฉยๆ ใครๆสามารถรู้เห็นการเกิดดับ สามารถอธิบายว่าอนิจจังทุกขังอนัตตาได้ว่าเป็นเช่นไร แทนที่จะปล่อยให้ปล่อยวางอย่างไร้เหตุผล ต้องเป็นผู้พิจารณาคิดค้นในเรื่องราวนั้นๆ ทั้งเหตุปัจจัยและผลที่เกิดตามกันขึ้นมาให้เข้าใจโดยละเอียด ต้องฝึกพิจารณาเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกให้ชำนาญ เมื่อเข้าใจจนซึ้งแล้วย่อมเป็นผลให้ปล่อยวาง จะได้ปล่อยวางได้ในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

คิดพิจารณาให้เต็มที่ ทำให้เต็มกำลัง ฝึกคิดในทางธรรมจนติดเป็นนิสัย จากนั้นพอว่างจากเรื่องที่ต้องคิดหรือคิดไปไม่หยุดต้องดึงไว้บ้าง มิฉะนั้นเรื่องที่คิดอาจกลับกลายเป็นสมุทัยเหตุแห่งทุกข์เสียเอง จึงให้หยุดคิดแล้วฝึกนั่งสมาธิ หรืออย่างน้อยคิดนึกถึงคำบริกรรมภาวนาพุทโธต่อเนื่องกันไป ช่วงที่เดินให้บริกรรมพุทโธติดตามไปทุกฝีก้าว ยืนอยู่ในลิฟต์ นั่งรอ ช่วงใดที่พอจะว่างจากภาระหน้าที่การงานให้บริกรรมพุทโธ ลองฝึกเช่นนี้จนไม่มีเวลาแม้แต่อึดใจเดียวที่ไม่คิด

ส่วนที่กล่าวว่า วิปัสสนาทำได้โดยไม่ต้องคิด เป็นความเข้าใจสับสนของคนที่ฟังครูบาอาจารย์มาคิดเอาเองง่ายๆ พอฟังมาว่าวิปัสสนาทำได้โดยไม่คิด จึงนึกว่าคนทั่วไปก็ทำได้ แล้วยังนำวิถีทางของวิปัสสนาไปสลับกับวิถีทางของสมถะเสียอีก

จะทำวิปัสสนาโดยไม่ต้องคิด สามารถทำได้แต่ต้องอาศัยกำลังสมาธิที่ตั้งมั่นอย่างมาก ครูบาอาจารย์กล่าวว่า ต้องเชี่ยวชาญการเข้าออกฌานและอรูปฌาน จนเข้าใจอาการที่แปลกแตกต่างกันของรูปฌานและอรูปฌานได้ชัดเจน

Go to top