previous arrow
next arrow

Welcome to XLSiam Signature.

ขอต้อนรับสู่บันทึกของชาวสยาม XLSiam Signature.

เว็บอื่นในเครือ

 
ยาใจ   Excel Expert Training   Table Tennis Tip 

      

 

ที่นี่เป็นเสมือนห้องสมุดที่เก็บเรื่องราวที่น่าสนใจเอาไว้

เรื่องดีๆก็ควรทำตาม เรื่องไม่ดีก็อย่าเอาเยี่ยงอย่าง
คุณภาพชีวิตและสังคมของเราจะได้น่าอยู่ขึ้น

Excel Expert Training

เรียนรู้วิธีใช้ Excel

ยาใจ

ธรรมเป็นโอสถ
แก้ทุกข์ทางใจ

Table Tennis Tip

วิธีเล่นปิงปอง
อย่างมีหลักการ

ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นคำ 4 คำที่ใช้ควบคู่กันอยู่เสมอ ผู้ฝึกกรรมฐานต้องพยายามทำให้ครบ หากไม่เคยให้ทาน ไม่ได้ถือศีล อย่านึกว่าจะมีทางฝึกสมาธิสำเร็จ เพราะทานและศีลนี่แหละเป็นตัวชี้นำให้การปฏิบัติกรรมฐานดำเนินไปในทางสัมมาสมาธิ ไม่หลุดไปในทางมิจฉาสมาธิ

ทานคือการให้ ศีลคือการรักษาตนไม่ให้ไปเบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น อีกนัยหนึ่ง คือ การเจริญพรหมวิหารสี่นั่นเอง หากอยากจะก้าวหน้าในการฝึกสมาธิ ต้องรู้จักเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา หาไม่แล้วพอหลับตาลงจะพบแต่ความคิดกังวล ห่วงนั่นห่วงนี่ อยากได้อย่างนั้นอยากได้อย่างนี้ ไม่อยากเสียประโยชน์ที่ตัวเองควรจะได้ หรือคิดอาฆาตแค้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนทำให้มัวเมาอยู่กับเรื่องอดีตและอนาคต ไม่มีทางที่จะทำจิตให้สงบตั้งมั่นอยู่กับปัจจุบัน

แทนที่จะคิดถึงความหมายของการให้ทานและศีลว่าคืออะไร อะไรคือความเมตตา อะไรคือกรุณา หากคุณเคยให้ทานหรือรักษาศีลมาก่อน ขอเพียงแค่คิดถึงทานและศีลที่ตัวเองได้ปฏิบัติรักษามาตลอด จะรู้สึกอิ่มเอิบขึ้นมาในใจได้เอง ดังนั้นครูบาอาจารย์จึงสั่งสอนไว้ว่า ก่อนที่จะนั่งสมาธิขอให้สวดบูชาพระรัตนตรัยและขอคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง และให้สวดบทรับศีลและพิจารณาพรหมวิหารสี่ไว้เสมอ เพื่อเป็นการสร้างสภาวะที่พร้อมและเกื้อหนุนต่อการทำสมาธิต่อไปนั่นเอง

ผู้ฝึกสมาธิต้องฉลาดเลือกวิธีที่จะเอาชนะความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง ถ้าหลับตาลงแล้วคิดถึงคำพูดหรือการกระทำของผู้อื่นที่ทำให้รู้สึกว่าเขากำลังเอารัดเอาเปรียบ พอคิดถึงเมตตาหรือการช่วยเหลือให้เขามีความสุขขึ้นมา จะทำให้คิดยอมเขาเสียบ้าง ยอมยกโทษให้เขา ความกลุ้มใจก็จะบรรเทาเบาบางลง

หากหลับตาลงแล้วคิดถึงความอยากได้ในสิ่งสวยงามน่ารักน่าใคร่ ให้ยกอสุภกรรมฐานขึ้นมาพิจารณา พิจารณาถึงความสกปรกโสโครกและไม่จีรังถาวร ให้คลายความกำหนัดความยินดีในของที่ว่าสวยว่างามเหล่านั้น

ถ้ายังหยุดคิดไม่ได้อีก ลองคิดถึงความตายของตัวเองว่าจะตายเมื่อใดก็ไม่รู้ หายใจเข้าแล้วอาจหัวใจวายไม่ได้หายใจออกก็ได้ ดังนั้นเมื่อยังมีเวลาให้ปฏิบัติธรรม จึงควรใช้เวลาจากนี้ให้มีค่าที่สุด

ผู้ที่วุ่นวายกับการทำมาหากิน สนใจกับกำไรขาดทุนอยู่ทุกวัน หากไม่พยายามระลึกถึงพรหมวิหารสี่ไว้เสมอ การกระทำอะไรที่ทำจนติดเป็นนิสัยมาตลอด ย่อมยากจะทำให้ลบลืมไปได้ในทันที จึงมิใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำจิตให้สงบเป็นสมาธิ จนกว่าจะพยายามคิดใช้หนามบ่งหนามให้หลุดออกไปจากนิสัยติดตัวของตนเสียบ้าง

จุดหมายที่แท้จริงของพรหมวิหารสี่ คือ การสร้างผลที่ดีให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพื่อพ้นจากความทุกข์และไม่ติดอยู่ในความสุข ไม่ติดอยู่ในอดีตที่ผ่านไปแล้ว อะไรที่ได้เกิดขึ้น มันได้เกิดขึ้นจนจบสมบูรณ์ตามธรรมชาติของมันไปแล้ว อย่าไปสนใจยึดติดกับความพ่ายแพ้หรือเสียประโยชน์ในทางโลก เพราะแท้จริงแล้วนั่นคือการเอาชนะตัวเองในทางธรรม จิตใจย่อมเกิดความสงบสุขและพร้อมต่อการปฏิบัติธรรม

การใช้ปัญญาพิจารณานี้ ถ้าจิตยังขาดกำลังยังไม่สงบตั้งมั่น พึงเลี่ยงการคิดย้อนไปหาเหตุ แต่ให้พิจารณาที่ผลซึ่งเกิดขึ้นกับกายใจของตัวเองให้เห็นสภาวะและการปรุงแต่งที่เกิดจากจิตให้ได้ชัดเจนก่อน จากนั้นจึงหาอุบายพิจารณาดังที่กล่าวมาข้างต้นจนจิตสงบ ถ้ามุ่งพิจารณาไปที่เหตุ จะเหมือนราดน้ำมันเข้ากองเพลิง ยิ่งกระตุ้นทำให้จิตยากจะสงบ

ความสุขสงบที่ได้จากการปฏิบัติกรรมฐานเป็นทรัพย์ที่แท้จริงเหนือกว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆทั้งสิ้น สิ่งที่เสียไปในทางโลกมีคุณค่าที่น้อยกว่าประโยชน์ที่ได้รับในทางธรรมอย่างเปรียบเทียบกันไม่ได้

Go to top