บ้านผมอยู่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง พอตกเย็นถนนแถวๆนี้จะเสียเส้นทางจราจรไปช่องหนึ่งให้คนเดินเท้าลงมาเดินบนถนน เนื่องจากบนทางเท้าถูกหาบเร่แผงลอยมาวางของขายล้ำเส้นสีเหลืองที่กทมขีดไว้ ถ้าอยากจะใช้ทางเท้า จะต้องเดินเบียดกันแล้วก้าวเดินได้ก้าวละสั้นๆทีละก้าว เรียกได้ว่า แถวๆนี้ไม่ได้มีรถติดกันบนถนนอย่างเดียว แต่มีคนติดกันให้เห็นบนทางเท้าอีกด้วย

แม้กทมยุคคุณอภิรักษ์จะปรับปรุงกฎเกณฑ์การตั้งหาบเร่แผงลอยให้เริ่มตั้งแผงขายได้หลังสามทุ่มไปแล้ว แต่ก็มีแผงลอยกลายพันธุ์ เรียกว่า แผงแบบหอบได้ ใช้ผ้าปูผูกเชือกที่มุมไว้ พอคนขายเห็นเจ้าหน้าที่เทศกิจมา ก็จะชักเชือกหอบผ้าปูวิ่งหนี พอตกเย็นไม่ทันมืด จะเห็นพ่อค้าแม่ค้าแบบหอบได้นี้แอบมาวางของขายบนทางเท้าเต็มไปหมด และเริ่มมีจำนวนพวกหอบได้นี้ให้เห็นมากขึ้นๆๆๆๆ

ผมเคยเรียนถามอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ว่า ทางเท้านี้เป็นของใคร กทมเป็นเจ้าของหรือไม่

ท่านอาจารย์ตอบว่า ทางเท้าเป็นของสาธารณะ เป็นของส่วนรวม กทมไม่ใช่เจ้าของ แต่กทมมีหน้าที่ดูแลทางเท้าให้เป็นระเบียบ ถ้าจะว่าไปแล้ว เจ้าของที่ดินที่ติดกับทางเท้าน่าจะมีสิทธิ์มากกว่าคนอื่น ถ้ามีแผงลอยมาตั้งบังหน้าบ้าน ก็มีสิทธิเรียกร้องให้กทมมาทำหน้าที่ดูแลจัดการได้

ผมไปทำฟันที่ร้านหมอฟันแถวรามคำแหง เห็นหน้าร้านทำฟันมีคนตั้งของขายติดกับกระจกร้านอยู่ จึงเรียนถามคุณหมอว่า คุณหมอรู้จักกับคนที่ขายของอยู่หน้าร้านหรือไม่

คุณหมอตอบว่าเป็นคุณพ่อของคุณหมอเอง ก่อนนั้นมีรถเข็นหมูปิ้งมาตั้งรถขายอยู่หน้าร้านแล้วปล่อยควัน ไปปิดทางเดินลมจนทำให้เครื่องแอร์ของร้านคุณหมอไหม้ไปเลย คุณหมอจึงไปร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่กทม ซึ่งบังเอิญเป็นเพื่อนกับคุณหมอพอดี แต่เพื่อนคุณหมอก็ช่วยไม่ได้ เพราะเขารับเงินจากพ่อค้าหมูปิ้งมาแล้ว

แผงลอยบางพวกจะแอบตั้งแผงเข้ามาในซอยซึ่งเจ้าหน้าที่เทศกิจไม่มีอำนาจเข้ามาจัดการ อย่างที่หน้าปากซอยบ้านผมที่มีมีแผงลอยมาตั้งของวางขายแล้วพาดสิ่งของกับตัวอาคาร ทำให้สีด่างดำ ตัวอาคารหมดความสวยงาม เห็นแต่เชือกหรือถุงแขวนไว้กับมือจับบานประตู พอเข้าไปขอร้องให้ช่วยปลดออก ก็ถูกแม่ค้ามองหน้าหาเรื่องเอาเสียอีก เกรงเหลือเกินว่าจะถูกแม่ค้าเหล่านี้หาทางแกล้งกลับจึงปล่อยให้เขาตั้งของขายกันตามใจชอบ

มีอยู่วันหนึ่งที่ไฟของอาคารดับ ที่แปลกก็คือ ไฟของพวกหาบเร่แผงลอยหน้าอาคารก็ดับไปด้วย จึงเพิ่งรู้ว่าถูกแอบต่อสายไฟไปใช้

พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย แม้จะค้าขายโดยสุจริต แต่ก็ทำมาหากินแบบผิดกฎหมาย เพราะมายึดครองทรัพย์สินส่วนกลางของประชาชน ถ้ากทมจะปล่อยให้ใช้ทางเท้าค้าขายต่อไปได้ ควรทำให้ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน

คนเดินเท้า ต้องสามารถเดินได้โดยไม่มีสภาพคนติด ไม่ใช่เอาแต่ว่าพอมีทางเท้าเหลือให้พอเดินได้ทีละคืบ

เจ้าของอาคาร ต้องสามารถเปิดร้านของตน ไม่มีหาบเร่แผงลอยมาขวางทางหน้าร้าน ต้องมีสิทธิ์ที่จะตั้งของขายของตนบนทางเท้าหน้าร้านของตนได้เช่นกัน

ใครอยากจะมาตั้งหาบเร่แผงลอยต้องสามารถเข้ามาตั้งแผงขายของได้โดยอิสระ ไม่ใช่ให้ใครคนใดคนหนึ่งมายึดทางเท้าจุดใดจุดหนึ่งขายของได้ชั่วลูกชั่วหลาน น่าจะใช้วิธีจับสลากหมุนเวียนกันไป ให้สลับที่ตั้งแผงและสลับผู้ขายกันไปตลอดทุกเดือน

ถ้าเมื่อใดหรือที่ใด มีคนเดินเท้าต้องลงมาเดินบนถนน ต้องเลิกแผงลอยบริเวณนั้นทันที

Go to top