เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมกำลังขับรถให้สัญญาณไฟเลี้ยวขอเปลี่ยนทางจากเลนขวามาเข้าเลนซ้าย กำลังจะเข้าเลนซ้ายได้ซักครึ่งคัน ก็มีรถคันหนึ่งวิ่งเข้ามาเสียบไม่ให้ผมเข้าซ้าย พร้อมกับขับขนาบรถของผม แถมคนขับหันมามองหน้าทำหน้าตาดุเสียอีก

ผมเชื่อว่าพวกเราที่ขับรถอยู่คงเคยเจอสภาพที่ผมเจอนี้ใช่ไหมครับ หลายๆคนแทบไม่อยากให้สัญญาณเปลี่ยนเลนกันอีกต่อไป เพราะแทนที่รถคันหลังในเลนซ้าย จะยอมชะลอรถให้เราเปลี่ยนเลนเข้าเลนซ้ายได้ กลับกลายเป็นว่า สัญญานไฟที่ให้ไปนั้น เป็นการบอกให้รถอื่นรีบวิ่งเข้ามาเสียบ กันไม่ให้รถคันหน้าเขาเปลี่ยนเลนเสียอีก

ตามกฎหมาย รถคันที่ถูกแซง ต้องยอมให้รถคันหน้าเปลี่ยนเลนเข้าได้เสมอไปหรือไม่ หรือว่าถ้าฉันจะไม่ยอมให้เปลี่ยนเลนเสียอย่าง จะทำไม

มาดูกฎหมายจราจรกันดีกว่าครับ

ม.36 ผู้ขับขี่ซึ่งจะเลี้ยวรถ ให้รถคันอื่นผ่านหรือแซงขึ้นหน้าเปลี่ยนช่องเดินรถ ลดความเร็วของรถ จอดรถ หรือหยุดรถ ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขนตามมาตรา 37 หรือไฟสัญญาณตามมาตรา 38 หรือสัญญาณอย่างอื่นตามข้อบังคับของเจ้าพนักงานจราจร

ถ้าโดยสภาพของรถ สภาพของการบรรทุก หรือสภาพของทัศนวิสัย การให้สัญญาณด้วยมือ และแขนตามวรรคหนึ่งไม่อาจทำให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมา หรือตามมาข้างหลังมองเห็นได้ ผู้ขับขี่ต้องให้ไฟสัญญาณ ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน ไฟสัญญาณ หรือสัญญาณอย่างอื่นตามวรรคหนึ่ง ก่อนที่จะเลี้ยวรถ เปลี่ยนช่องทางเดินรถ จอดรถหรือหยุดรถเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร

ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน ไฟสัญญาณหรือสัญญาณอย่างอื่นตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร

ม.44 ผู้ขับขี่ซึ่งประสงค์จะขับรถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถอื่นในทางเดินรถซึ่งไม่ได้แบ่งช่องทางเดินรถไว้ ต้องให้สัญญาณ โดยกระพริบไฟหน้าหลายครั้ง หรือให้ไฟสัญญาณยกเลี้ยวขวา หรือให้เสียงสัญญาณดังพอที่จะให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถ คันหน้าให้สัญญาณตอบตามมาตรา 37(3) หรือมาตรา 38(3) และเมื่อเห็นว่าไม่เป็นการกีดขวางรถอื่นที่กำลังแซงแล้วจึงจะแซงขึ้นหน้าได้

การแซงต้องแซงด้านขวาโดยมีระยะห่างจากรถที่ถูกแซงพอสมควร เมื่อเห็นว่าได้ขับผ่านขึ้นหน้ารถที่ถูกแซงไปในระยะที่ห่างเพียงพอแล้ว จึงจะขับชิดด้านซ้ายของทางเดินรถได้

ม.49 เมื่อได้รับสัญญาณขอแซงขึ้นหน้าจากรถคันที่อยู่ข้างหลัง ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถที่มีความเร็วช้าหรือรถที่ใช้ความเร็วต่ำกว่าความเร็วของรถอื่น ที่ขับไปในทิศทางเดียวกัน ต้อง ยอมให้รถที่ใช้ความเร็วสูงกว่าผ่านขึ้นหน้า ผู้ขับขี่ที่ถูกขอทางต้องให้สัญญาณตอบตามมาตรา 37(3) หรือมาตรา 38(3) เมื่อเห็นว่าทางเดินรถข้างหน้าปลอดภัยและไม่มีรถอื่นสวนทางมาในระยะกระชั้นชิด และต้องลดความเร็วของรถชิดด้านซ้ายของทางเดินรถเพื่อให้รถที่จะแซงผ่านขึ้นหน้าได้โดยปลอดภัย

========

เท่าที่ลองค้นกฎหมายดูพบว่า ไม่ได้ระบุเรื่องการของทางในกรณีเปลี่ยนเลนนี้ชัดเจน โดยกฎหมายจราจรระบุไว้ชัดในเรื่องการแซง ซึ่งน่าจะหมายถึงแซงจากด้านหลังว่า รถคันที่แซง ต้องให้สัญญาณขอทาง ไม่น้อยกว่า 60 เมตร และรถคันหน้า ต้องยอมให้รถที่ขอแซง แซงขึ้นหน้าไปได้เสมอ ไม่มีสิทธิ์กันหรือไม่ยอมให้แซง

เมื่อตีความมาสู่การขับรถเปลี่ยนเลนแล้ว น่าจะเข้าข่ายการแซงได้เช่นกันว่า ถ้ารถขอเปลี่ยนเลน ได้ให้สัญญาณล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 เมตรแล้ว รถในเลนอื่นต้อง ขอย้ำคำว่า ต้องนะครับ ต้องยอมให้รถที่ขอเปลี่ยนเลนเข้ามา

ถ้าใครพอทราบกฎหมายจราจรในเรื่องการขอเปลี่ยนเลนชัดกว่านี้ กรุณาให้ความรู้ด้วยครับ ส่วนผมถือหลักว่า ถ้าเขาให้สัญญาณขอทาง และขับรถอย่างสุภาพ ต่อคิวมาเรื่อยๆ ไม่ขับรถชิงเข้ามาเบียด ผมก็จะให้ทางเสมอ

ถ้ารถเขาอยู่หน้า ต้องให้รถหน้าไปก่อน

Go to top