คุณพ่อกับคุณแม่ของผมเป็นหมอครับ คุณพ่อชื่อนายแพทย์สุหัท ฟุ้งเกียรติ คุณแม่ชื่อ นาวาเอกแพทย์หญิงทรงศรี ฟุ้งเกียรติ ท่านเป็นตัวอย่างที่ดีทำให้ผมทำตามและต้องพยายามทำตัวไม่ให้เสียชื่อเสียงของคุณพ่อคุณแม่ อีกทั้งยังมีส่วนทำให้ผมได้เรียนรู้หลายอย่างเกี่ยวกับการรักษาคนไข้

เริ่มต้นพอคนไข้มาหาหมอ พอเจอคุณหมอที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แค่คนป่วยไข้ได้เห็นหน้าหมอก็ช่วยทำให้หายป่วยไปแล้วกว่าครึ่ง ดังนั้นถ้าใครเรียนเก่งแล้วอยากเป็นคุณหมอ ขอให้ดูบุคลิกตัวเองด้วยว่าเหมาะกับอาชีพหมอหรือไม่ คนที่คิดจะเป็นอาจารย์สอน Excel ก็เช่นกัน

คุณลูกที่อยากเป็นหมอ พ่อแม่ควรถามลูกให้ดีว่าที่อยากเป็นหมอนั้นน่ะเพราะอะไร ถ้าอยากเป็นหมอเพื่อจะได้มีรายได้ดีๆหรือจะได้ดูแลคุณพ่อคุณแม่ก็อย่าเป็นหมอเลย แต่ถ้าอยากเป็นหมอเพื่อจะได้ช่วยคนทุกคน โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ หากมีความตั้งใจแบบนี้ควรสนับสนุนให้เป็นหมอ แต่ต้องสอนให้ลูกทราบในรายละเอียดชัดเจนด้วยว่า ชีวิตการเป็นหมอนั้นต้องอยู่กับคนป่วยไข้ พบแต่คนที่มีความทุกข์มาขอพึ่ง คุณหมอต้องเสียสละความสุขส่วนตัวมากแค่ไหน ไม่ใช่แค่ชีวิตส่วนตัวของตัวคุณหมอเองที่ถูกแบ่งไปเท่านั้น ความสุขของครอบครัวและลูกของคุณหมอก็จะถูกกระทบไปด้วย ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

ฝันของคุณลูกมักจะมาสลายตอนสอบติดเข้าหมอได้แล้วจึงพบชีวิตจริงว่า ตัวเองไม่รักอาชีพหมอ ต้องฝืนเรียน พอเรียนจบไปก็มีแต่ความทุกข์ คุณหมอก็กลายเป็นคนไข้ที่เป็นโรคใจรักษาไม่หายไปเสียเอง (ถ้าพ่อแม่สงสารลูกก็อย่าบอกให้ลูกเป็นหมอ แต่บอกให้ลูกหาเพื่อนสนิทเป็นหมอเยอะๆแทน)

คนที่คิดจะมาเป็นอาจารย์สอน Excel ต้องรักที่จะเป็นผู้ให้ ให้โดยไม่ปิดบัง ให้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะหมด อย่างที่ผมได้ให้ความรู้โดยเขียนบทความหรืออัดวิดีโอไว้บนเว็บนั้นยังรู้สึกว่าน้อยไป สิ่งที่ได้ให้ไว้ก็ยังไม่ได้ก้าวไปถึงขั้นการประยุกต์ใช้ Excel ในการทำงานจริงเท่าใดนัก เวลาช่วยตอบปัญหาในฟอรัมก็ต้องพยายามสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนจึงจะให้คำตอบ ไม่ใช่เอาแต่ดูว่าถามมาแค่ไหนก็ตอบไปแค่นั้น บางคำถามต้องเอาตัวอย่างมาซักถามกันต่อหน้าจึงจะเข้าใจว่าปัญหาจริงๆอยู่ตรงไหน

กว่าจะมาเป็นคุณหมอได้ ยากกว่าการมาเป็นอาจารย์สอน Excel หลายเท่านัก กว่าจะสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาแพทย์ศาสตร์บัณฑิตก็ต้องเรียนมาอย่างหนักและผ่านการสอบแล้วสอบอีกทั้งภาคทฤษฎีปฏิบัติ ส่วนใครที่อยากจะเป็นอาจารย์สอน Excel ก็ทำได้ง่ายดาย แม้ผ่านข้อสอบของบริษัทไมโครซอฟท์หรือได้รับยกย่องให้รางวัลเป็น Microsoft Excel Most Valuable Professional (MVP) แล้วก็ตาม มิได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าจะมาเป็นอาจารย์สอน Excel ที่ให้ความรู้ได้ถูกต้องไปทุกเรื่อง คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาจารย์สอน Excel บางคนใช้วิธีสร้างนามแฝงขึ้นมาเพื่อใช้ยกย่องฝีมือตัวเองเพื่อใช้ชื่อหลอกๆเรียกขานตัวเองให้ได้ขึ้นชื่อว่าอาจารย์ก็มีมาแล้ว ส่วนหลักเกณฑ์ที่ใช้ให้รางวัลเป็น MVP ก็ไม่เปิดเผยชัดเจนว่าดูอะไรบ้าง ส่งผลทำให้ MVP หลายคนได้เป็น MVP แบบน่าสงสัยเพราะมีคุณสมบัติน้อยกว่าคนที่ไม่ได้เป็น MVP เสียอีก

ความรู้ Excel ที่แนะนำกันบนสื่อออนไลน์ ถ้าเปรียบเทียบกับยารักษาโรค ก็ใช่ว่าจะตรงกับโรคเสมอไป วิธีใช้ Excel ที่เผยแพร่กันแม้ใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ชะงัด ทานยาปุ้ป หายโรคปั้ป แต่พอนานไปอาจกลายเป็นพิษ เพราะคุณหมอ Excel เล่นใช้วิธีจ่ายยาแรงมาให้ ผู้ใช้ Excel ส่วนใหญ่พอรับยามา ก็ยังต้องลองผิดลองถูกกันเอง บ้างก็ไปซื้อยามาทานเอง หรือไปหาหมอตี๋ที่จ่ายยาเพร็ดนิโซโลนเป็นแค่ขนานเดียว (ยาเพร็ดนิโซโลนนี่ทานเข้าไปแล้วจะรู้สึกแข็งแรงกระปี้กระเป่าขึ้นมาทันที มันจะเข้าไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานเต็มที่ แต่พอหมดฤทธิ์ยาก็หมดแรง กลายเป็นคนที่ขาดภูมิคุ้มกัน ต้องพึ่งยาไปตลอด ... ถ้าจำไม่ผิด)

อย่าว่าแต่ยาที่ได้รับไปจะเป็นยาแรงเลย แม้แต่ยาแก้หวัดแก้ไข้ที่หาซื้อกันได้ง่ายและดูเหมือนไม่ร้ายแรงอะไร หากทานยาผิดวิธี ทานยามากไปหรือน้อยไป ยาที่ควรรับประทานก่อนอาหารดันทานหลังอาหาร ย่อมส่งผลเสียได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ให้ความรู้ Excel จึงควรคำนึงถึงผลเสียที่อาจจะตามมาเสมอ ไม่ใช่ว่าเห็นวิธีใดที่ดูแล้วโก้ดี น่าทึ่งดี เลยแนะนำให้ใช้ต่อๆกันไปโดยไม่ได้อธิบายเงื่อนไขวิธีใช้งานอย่างละเอียด

ไม่ว่าจะเป็นหมอ หรือเป็นผู้ให้ความรู้ Excel ควรคำนึงไว้เสมอว่า อนาคตของชาติอยู่ในกำมือของคุณ อย่าคิดแต่ว่าตัวเองได้ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดแล้วเท่านั้นก็พอ ควรคิดให้กว้างไกลออกไปด้วยว่า การกระทำของตนจะมีผลกระทบกับส่วนรวมอย่างไร

 

Go to top