previous arrow
next arrow

Welcome to XLSiam Signature.

ขอต้อนรับสู่บันทึกของชาวสยาม XLSiam Signature.

เว็บอื่นในเครือ

 
ยาใจ   Excel Expert Training   Table Tennis Tip 

      

 

ที่นี่เป็นเสมือนห้องสมุดที่เก็บเรื่องราวที่น่าสนใจเอาไว้

เรื่องดีๆก็ควรทำตาม เรื่องไม่ดีก็อย่าเอาเยี่ยงอย่าง
คุณภาพชีวิตและสังคมของเราจะได้น่าอยู่ขึ้น

Excel Expert Training

เรียนรู้วิธีใช้ Excel

ยาใจ

ธรรมเป็นโอสถ
แก้ทุกข์ทางใจ

Table Tennis Tip

วิธีเล่นปิงปอง
อย่างมีหลักการ

ฝึกรู้ลมหายใจ หายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้ หายใจเข้าสั้นก็รู้ หายใจออกยาวก็รู้ แล้วที่ว่ารู้นั้นน่ะรู้อะไร ใครเป็นคนรู้ ทำไมรู้ไปได้ไม่นานก็เผลอหลับ ทำไมรู้ไปสักพักก็เผลอคิดไปเรื่องอื่น

ลองนึกถึงขณะกำลังนั่งเล่นอยู่ในห้องที่เปิดทีวีเอาไว้ ถ้าคุณนั่งอ่านหนังสือ ย่อมไม่ได้สนใจที่จะดูทีวีใช่ไหม พออยากจะดูทีวีแต่ถ้านั่งไกลจากเครื่องทีวีห่างกันคนละฟากของห้อง อย่างนี้จะดูทีวีรู้เรื่องไหม แล้วถ้าย้ายมานั่งเอาจมูกมาชนกระจกหน้าจอทีวีบ้างล่ะ จะมีใครบ้างดูหนังแล้วรู้ว่าพระเอกนางเอกมีหน้าตาเป็นยังไง

การฝึกรู้ลมหายใจเช่นกัน เริ่มแรกผู้ฝึกต้องมีความตั้งใจที่จะฝึกรู้ลมหายใจ ต้องมุ่งมั่นและตั้งอกตั้งใจที่จะดูแต่ลมหายใจ อย่างอื่นไม่อยากดู อย่างอื่นฉันไม่ขอสนใจด้วย

แล้วอะไรทำให้รู้ตัวว่าหายใจเข้าออกอยู่ล่ะ ถ้าเอาแต่รู้แบบที่เคยรู้ตัวอยู่ทุกวันแบบหยาบๆโดยดูจากร่างกายช่วงหน้าอกหน้าท้องที่ขยับนี่แหละแสดงว่ากำลังหายใจ จากนั้นเมื่อนั่งสมาธิไปสักพัก พอมีอาการปวดเมื่อยหรือคัน จะถูกดึงให้เขวไปสนใจเรื่องที่แทรกแซงเข้ามาได้ง่ายๆ ประเด็นนี้เทียบกับการดูทีวีอยู่ไกลเกินไป พอมีอะไรที่อยู่ในสายตาด้านหน้าเคลื่อนไหว ใจก็จะสนใจเรื่องนั้นแทน สมาธิจึงเกิดยาก

การตามรู้ลมหายใจว่ากำลังหายใจเข้าหรือออกต้องมีระยะทางที่พอดีๆ ไม่ไกลไป ไม่ใกล้ไป และไม่ยากเกินไป โดยกำหนดจิตเพ่งคอยเฝ้าดูลมที่ผ่านเข้าออกที่ปลายจมูกหรือในโพรงจมูก เลือกไปเลยว่าหญิงซ้ายชายขวา เลือกเอาโพรงจมูกข้างใดข้างหนึ่ง ถ้าหารูจมูกของตัวเองไม่พบหรือสังเกตลมได้ไม่ชัด ให้หายใจแรงๆ จะรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ผ่านกระทบกับผนังภายในโพรงจมูก แต่ถ้ายังหารูจมูกไม่เจออีก ให้ใช้นิ้วแหย่เข้าไปในรูจมูกสักครั้ง จะรู้สึกถึงตำแหน่งที่จะกำหนดจิตตามดูลมหายใจได้ชัดเจนขึ้น

ถ้าหาตำแหน่งกำหนดจิตที่ปลายจมูกหรือในโพรงจมูกได้ยาก ให้ตามรู้ลมหายใจที่เข้าผ่านจมูกเข้าสู่ปอดไปสุดที่หน้าท้อง แล้วหายใจออกจากท้องผ่านปอดออกมาทางจมูก แต่การตามรู้แบบนี้จะมีสิ่งเร้าภายในร่างกายตลอดเส้นทางของลมหายใจเข้าออก ทำให้เขวได้ง่าย

ถ้าตามดูลมได้สักพักแล้วเผลอคิดเรื่องอื่นแทรกเข้ามาอีก ให้บริกรรมภาวนาในใจว่าพุทโธกำกับอาการหายใจ ให้ใช้อาการที่ทำให้รู้ว่า ลมหายใจที่กำลังผ่านเข้าออกเป็นเหตุ ส่งผลให้รู้ตัว พอรู้แล้วจึงนึกคำว่าพุทโธ ซึ่งพุทโธที่บริกรรมภาวนานี้ถือว่าเป็นผล จากเหตุที่รู้ได้ว่ากำลังหายใจ ถ้าเข้าใจดังนี้แล้วจะใช้คำบริกรรมพุทโธกำกับลมหายใจต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่ใช่เอาแต่ลม หรือเอาแต่พุทโธอย่างเดียว

อาการซึ่งทำให้รู้ว่าลมหายใจเข้าออก ไม่ใช่รู้แต่เพียงจังหวะเข้าจังหวะออกเท่านั้น ลองหายใจเข้าออกยาวๆ ช่วงที่กำลังรู้ตัวว่าหายใจเข้า เข้า เข้า เข้า เข้า เข้า นั่นแหละให้บริกรรมภาวนาว่าพุทโธในใจเร็วๆตามไปด้วย กลายเป็น พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พอสามารถตามรู้ลมหายใจเข้าออกได้ละเอียดมากขึ้น จะได้คำบริกรรมว่าพุทโธถี่ยิบติดต่อกันไปในทุกจังหวะที่รู้

เมื่อสามารถตามรู้ลมหายใจเข้าออกได้ชัดเจนแล้ว จะไม่จำเป็นต้องบริกรรมว่าพุทโธกำกับต่อไปแต่อย่างใด ให้ปล่อยใจให้สบายๆ รู้ลมอย่างสบายๆ

ส่วนคนที่ฝึกรู้ลมหายใจแล้วกลับเครียดมากขึ้น นั่นเป็นเพราะคุณยึดติดว่าต้องการตามรู้เฉพาะลมหายใจเข้าออกอย่างเดียวตลอดเวลา พอได้ยินเสียงดังจากนอกห้องหรือมีความรู้สึกอื่นๆแทรกเข้ามา ใจจะพยายามต่อสู้เพื่อดึงจิตกลับมาที่ลมหายใจอีก แก้ไขโดยให้คิดว่า ไม่จำเป็นต้องตามรู้ลมอย่างเดียว รู้อะไรก็ได้ที่เกิดขึ้นในใจ ขอให้รู้ตัวว่าเกิดสิ่งนั้นขึ้นแล้วพอมันดับไป จึงค่อยดึงจิตกลับมาตามรู้ในโพรงจมูกดูอาการกระทบของลมที่ผ่านเข้าออกต่อไปตามเดิม

Go to top