หน้าตา What-IF Analysis Dashboard

 
Dashboard ที่ดีมี 2 ระดับ
1. ดูแล้วเข้าใจ ทำให้เราดูผลการทำงานได้
2. คิดตามได้ ทำให้เราตัดสินใจได้

 

Dashboard ที่ดี ไม่ใช่แค่ดูเข้าใจ แต่ต้องใช้ให้ “คิดตามได้” ทำให้เราตัดสินใจได้

เป้าหมายสำคัญของการสร้าง Dashboard ไม่ใช่แค่ดูตัวเลข แต่ต้องทำให้เห็นเลยว่า

เปลี่ยนอะไร —> กระทบอะไร —> อะไรที่สำคัญที่สุด

ต่างจาก

Dashboard ที่สร้างด้วย PivotTable ออกแบบมาเพื่อ “สรุปข้อมูล” แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ”ให้คนคิดตาม” ไม่ได้ช่วยให้เราเข้าใจที่ไปที่มาตามเหตุและผล
 
จุดตายของ Pivot Table Dashboard คือ มันขึ้นกับคนสร้าง ไม่ใช่ผู้ใช้งาน หากต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรที่เตรียมไว้ ต้องตามคนสร้างมาทำให้ใหม่
 
Dashboard ที่ช่วยให้คิดตามได้ เริ่มจากมี panel ปรับตัวแปร

 

🔵 Dashboard Sensitivity Study (แต่ละส่วนใช้ทำอะไร)
 
1. Input Panel (ด้านซ้าย)
ใช้กำหนดตัวแปร เช่น CAPEX / ราคา / อัตราดอกเบี้ย พร้อมช่วงการเปลี่ยนแปลง เพื่อทดลอง What-if scenario
 
2. KPI Summary (ด้านบน)
แสดงผลลัพธ์หลักของ Base Case เช่น NPV, IRR เพื่อใช้เป็นจุดอ้างอิงก่อนปรับตัวแปร
 
3. Line Chart (Sensitivity Curve)
ดูผลกระทบของ “การเปลี่ยนตัวแปรเดียว” ต่อผลลัพธ์ ช่วยเห็นว่า sensitive มากแค่ไหน
 
4. Spider Chart
เปรียบเทียบหลาย KPI พร้อมกัน เพื่อดู trade-off และภาพรวมของหลาย scenario
 
5. Tornado Chart
จัดอันดับตัวแปรที่มีผลกระทบสูงสุด ทำให้รู้ว่า “ควรโฟกัสอะไร”
 
6. Result Table
แสดงค่าละเอียดทุก scenario ใช้ตรวจสอบ / วิเคราะห์เชิงลึก
 
7. Insight / Summary Box
สรุปผลกระทบสำคัญ + บอกข้อเสนอแนะ เพื่อใช้ตัดสินใจ
FREE Online Excel Expert Training @ XLSiam
Scroll to Top